วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ตอนห้า

ห่างหายไปนาน หลังจากส่งเพื่อนที่แมงกะไซต์ไป นครชัยแอร์ใกล้หมอชิต
เราก้อเดินทางเท่วเด่ว ตามเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ไปเรื่อยๆๆๆ แวะตามไหล่ทางบ้าง เมื่อถึงจุดหมาย
เริ่มจาก สถานีกำแพงเพชรไปบางซื่อก่อน เพื่อไปจองตั๋วรถไฟ เดินไปถามรายละเอียดก่อน สุดท้ายก้อเดินทางตอนหกโมงกว่า ด้วยเงินเจดร้อยกว่าบาท แอร์ นอนชั้นบน ชั้นล่างหมด เปนว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางกลับละคราวนี้ก้อเดินทางเท่วได้ ก้อไปต่อที่ห้วยขวาง เพื่อไปสักการะพระพิคเณศ ปู่ฤษี ณ สี่แยก คนก้อพอมีบ้างปะปราย
เสียค่าทำบุญอยู่ที่ประมาณหกสิบบาท รวมเซียมซีด้วย ทำอยู่สองที่แต่ไม่ค่อยดีงะ เส้า
หลังจากนั้นก้อเดินทางต่อไปที่ ไหนนะเด๋วไปดูแผนที่ก่อน
อ่าต่อจากนั่นเราก้อไปที่สุขุมวิทเดินไปมาอยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง แบบจะไปเกาหลีทาวน์อะนะ
ตามรอยทางเนต แต่เดินไปเดินมาอยู่อย่างนั่นก้อหาไม่เจออย่างที่เนตว่า
เราก้อเลยไปขึ้น บีทีเอสด้วยนะของอโศก ไปลงนานา กี่บาทไม่รู้งะ
แล้วเค้าก้อบอกว่าให้เดินกลับมาที่ทางอโศกอยู่สามร้อยเมคร แต่ฉานเดินมาจนถึงสถานีเก่าอโศกแล้วก้อยังไม่มีอะไรให้เห็นว่าเปนเกาหลีทาวน์ แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆระหว่างที่เดินมาอะมีความรู้สึกว่าเหมือนเดินแถวไนท์บลาซ่า ที่เชียงใหม่เลย ก้อเพราะเค้าขายของจากรถเขน แล้วของก้อเหมือนๆๆกับที่ไนท์ฯ กับอีกอย่างที่สังเกดได้ก้อของก็อบนั่นเอง อากาดก้อร้อนด้วย แวเราก้อข้ามฝากเดินอีกด้านเอาเผื่อจะเจองะ ก้อยังไม่เจองิ แต่ก้อไปเจอ เกาหลีอะไรไม่รู้อ่า ค่อยยังชั่ว งานนี้ก้อขอพักหน่อยละ ซับเหงื่อ ร้อน เห้อ แล้วก้อถ่ายรูปเล็กน้อย อย่างคนที่ถ่ายรูบไม่เปนอะนะ แล้ว ก้อถามคนที่นั่งข้างๆๆที่เปนคนไทยอะนะ ว่าร้านไหนขายขนมเกาหลีอร่อยๆๆบ้าง
เค้าก้อบอกว่าร้านนั่นนะ ที่มีคนเดินเข้าออก พี่ยังซื้อมาเลย อร่อยๆๆเราก้อไปเดินดูไม่ค่อยมีไรเยยก้อซื้ออะนะ เด๋วจะว่ามาไม่ถึงร้านแรกเสียอยู่ ร้อยยี่ห้า สองชิ้น แพงมะ แต่คิดไว้แล้วว่าซื้อเถอะ ไม่ได้มาซื้อบ่อย แล้วๆๆไปร้านสองก้อ เสียอยู่เจดห้ามั่งได้ขนมอะไรไม่รู้จนกลับมากินที่บ้านเพิ่งรู้ว่าเปนขนมข้าวคั่ว มีรูบเดกๆๆด้วย เส็ดแล้ว มิสชั่นนี้ เดินทางไปบีทีเอสเพื่อไปมิสชั่นต่อไป
ก่อนจะออกจากเวิ้งนั่นก้อเจอเดกน้อยเกาหลีสามคน นัดเจอกานที่เวิ้งนั่น ก้อไม่หล่อหรอกนะ หน้าตาบ้านๆๆ แต่ที่สะดุดตาได้ก้อตรงที่หน้าเค้าเปนมิตรงะ และดูยิ้มๆๆถ้าเกิดใหม่ขอหน้าตาอย่างงั้นได้มะ เค้าจะได้ไปทำบุญเยอะเผื่อจะเกิดมาอย่างงั้นบ้าง
อ้าวละเดินทางต่อ
(อะๆๆเด๋วๆๆเค้าว่า อย่างเค้าเจ้าของร้านที่สองคงแอบเม้าท์เค้าแน่ แบบๆๆเค้าแต่งตัวดูหน้ากัวงะ พะรุงพะรัง ทั้งกะเป๋า เสื้อกันหนาว ใส่ถุงเท้า รองเท้าโมโนโบ้คู่ใหม่ด้วย เซตนี้ไม่เวิร์ค จนดูน่าพิรุธ รุงรัง เค้าก้อว่าทอม ก้อแต่งกานอย่างงี้แระ เห้อ ไปคราวหน้าจะไม่เปนอย่างงงั้น ขอมีเวลาและสถานที่พักละก้อ ไม่เปนอย่างเดิมแน่ ขอให้มีเงินด้วยนะ แห่ๆๆๆจะได้ทำไรได้สะดวกไม่ต้องคิดมากมายอย่างทุกวันนี้)
ไปที่บีทีเอสเจ้า เพื่อไปไหว้สักการะพระพรหม (แอบฮาๆๆด้วย เรามานคนไทยตัวเลกกะเปี๊ยกเดียว ขึ้นบีทีเอสมานก้อมีฝรั่งขึ้นด้วยอะนะ ช่างสูงอะไรอย่างงั้น เราสูงแค่ไม่ถึงอกเค้ามั่ง เค้าก้อมายืนตรงทางเข้าออกด้วยอะนะ แล้วเราจะออกไงคริคริ มานก้อต้องชนเค้าหน่อยอะนะ แต่ดันไปชนเค้าแถวนั่นอะ เปนอย่างงี้อยู่สองรอบ เราก้อได้แต่ขอโทดเค้า ในจายอะนะ แบบมานพูดอะไรไม่ออกงะ)ไม่รู้หรอกว่าต้องไปทางไหนต้องไปถามเจ้าหน้าที่เอากลับมาขึ้นที่อโศกแบบเดินกลับมาอะนะสรุปแล้วโซนนี้ถ้าจำไม่ผิดเสียเงินอยู่ที่ หกสิบบาท กะการเดินทางไปมา ไปลงที่ชิดลมมั่ง งานนี้เดินเยอะมากมีแอบเมื่อยเหมือนการงิ ก้อถามคนแถวนั่นว่าพระพรหมอยู่ไหน เค้าก้อว่าเดินไปอีกหน่อยก้อเจอ แหมเราชั่งโง่จิง ระหว่างก้อถ่ายสกายวอล์กนิดหน่อย เซนทรัลชิดลม เค้าจัดหน้าห้างแล้ว ต้อนรับคริสมาส ปีใหม่ เราก้อดูแล้วสนุกสนานร่าเริงเลย แล้วก้อเดินไปสักการะพระพรหม ก่อนไปถึงเราเหนพระอินทร์ก้อไหนๆๆก้อมาแล้วก้อมาสักการะท่านดีกว่า แต่แหมไม่มีครายมาเลย แถมยังอยู่ริมถนนอะ อายจัง เราก้อหวังว่าจะให้รถไฟเขียวงะ จะได้มานั่งมองเรา จ่ายค่าธูปเทียนบูชาที่ยี่สิบบาทมั่ง ต่อด้วยพระพรหมที่ตั้งมั่นว่าจะมา ก้อเดินดุ่มๆๆๆแล้วก้อมาซื้อดอกไม้ธูปเทียนข้างนอก ทีแรกว่าจะซื้อข้างใน แบบดูท่าจะแพง แต่ก้อไม่ต่างกานงะ ข้างนอกก้อแพงงะ เปนว่าเสียค่าธูปกะดอกไม้หนึ่งพวงที่สี่สิบได้ ถ้าตามที่เค้าจัดน่าจะร้อยกว่าบาท เห้อ คนเยอะอย่างเดิม มาเมื่อไหร่คนก้อเยอะอย่างงั้น คนส่วนใหญ่มาไหว้แบบจิงจังแล้วเราก้อคิดว่าท่านคงรับรู้ และน่าจะให้พรอย่างที่เค้ามาขอกาน แต่สำหรับฉานวันนี้มาเพื่อสักการะท่านอย่างที่ได้นึกไว้ว่าถ้ามากอทอมอเมื่อไหร่(พยายาม)มาสักการะท่าน (ฉานต้องทำให้ได้) เมื่อเสดแล้วก้อ ............................
เปิดแผนที่บ่อยมากช่วงท่ใช้บีทีเอส แบสับสนไม่รู้ว่าจะเดินทางไง แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอนนนี้เราซื้อยาสีฟันนะสำหรับดัดฟันโดยเฉพาะ แล้วก้อน้ำกะชนมอะถ้าไปซื้อที่หัวลำโพงมานจะแพงเราเลยซื้อที่นี่ก่อนไป แต่ว่ายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า
ก้อมานแม่งๆๆตั้งแต่เช้า ก้อไม่กล้ากินไร ผอมเลยตรู แล้วแอบแวะเข้าห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์นิดหน่อยเสีย สองบาท หลังจากนั่นก้อไปรอเดกๆๆ
รอนานมากตั้งชั่วโมงหนึ่ง เดกๆๆเดินทางตอนบ่ายโมงงะ สร้างกระแสอยู่ตลอดเวลากว่าจะเดินทาง เราจะไปยืนที่เดกไปยืนก้อกะว่าไม่เหนแน่ก้อเลยมายืนอยู่บนสกายวอล์ก ห่างจากเดกๆๆอยู่เยอะหลายร้อยเมตงะ ต้นไม้ก้อบังไม่เหนหรอก แล้วเราก้อลงมายืนรอนะ ไฟแดงจ่ะ เผื่อๆๆๆจะเปิดหน้าต่างมาเจอะกาน แต่ก้อไม่เลย เห้อ แต่เปนอย่างงี้ก้อดีแล้ว คราวหน้ามาปะกั๋นแฮ้มเน้อ บายๆๆเดกๆๆ ฉานขอมาส่งเธอก่อนไปเล่นคอน ส่วนฉานก้อกลับบ้านอย่างมีฟามสุข คริคริ
แล้วก้อเดินทางไปหัวลำโพง แวะกินไรเลกน้อยขนมสองชิ้น จ่ายไปยี่สองบาท พักผ่อนอีกหน่อย แบบเวลายังเหลือขึ้นรถหกโมงงิ
แต่นี่สี่โมงกว่า แอ๊ ก้อไปถามรปภ จ้าวไปวัดไตรมิตรไปทางไหน เอาเดินไปแยกนั่นนี่นิดหน่อย ก้อไปถึง ไปไหว้พระก่อนกลับบ้านอันนี้มิสชั่นสุดท้าย ทีแรกกะว่าไม่เดินมาแล้วนะเมื่อย แต่ก้อมาจนได้บูชาจ่ายค่าดอก ยี่สิบบาท มั่ง เค้ากะลังจะปิดงะ ใกล้ห้าโมงแล้ว เค้าปิดตอนห้าโมงงะ มีนักท่องเท่วมาด้วย ทั้งไทยและเทศ ถ่ายรูบกลับมาด้วย แต่ฉานมานถ่ายรูบห่วยงะ ช่างมานเถอะเราไม่ได้ชอบถ่ายรูบจิงๆๆจังๆๆนีเนาะ ถูๆๆไถๆๆไปละกาน
แล้วก้อเดินทางมารอต่อที่หัวลำโพง ถ่ายรูบเล่นอีกหน่อย แต่ว่ามานเสีย แบตหมด แน่วแล้วไง อดเลย
แล้วววววเราก้อเหนฝรั่งเอาเคเอฟซีมาผ่านต่อหน้าต่อตาเรา อ๊ากกกกกกอยากกินเอาละสิเดินทางไปซื้อเลยก่อนจะขึ้นรถไฟ คิดค่าเสียหายที่สี่สิบได้มั่งไซต์กลาง แล้วก้อเดินทางไปขึ้นรถไฟเลยฮ่า ไปก้อไปหานายตั๋วเลย เดินทางตามป้ายบอก
ขึ้นไปก้อว้าว ประตูอัตโนมัติ อัศจรรย์อันดับแรก ต่อด้วยที่พักของที่นอนล่าง กว้าง ต่อด้วยที่วางสัมภาระอยู่ข้างบน ดูสิ ทั้งใหม่และหรู อย่างงี้ไม่มีแมงใดๆๆปลอมปนเข้ามาแน่ ว้าวอย่างนี้สิน่านอนแต่ว่าถ้าเราได้นอนข้างล่างก้อดีสิ เสียดายจัง

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ต่อ ตอนที่เท่าไหร่ไม่รู้

กินข้าวเส้ดสับ อาบน้ำเรรียบร้อย
แต่อาการท้องฉานนี้สิ ไม่ดีเลย กินกาแฟ ช่ายที่ว่าจะช่วยเรื่องขับถ่าย
แต่มานถ่ายมากไปหน่อยงะ
เห้อ เสียเลยก้อว่าได้ ถ่ายเหมน มาก แล้วยังจะปันป่วนในท้องอยากกินยาฆ่าเชื้อ
ก้อยังไม่กล้า ก้อเอาเปนว่าไม่กินอะไรลงท้องจะดีกว่ามะ
แล้วก้อเดินทางไปยังอิมแพค โดยการ นั่งแมงกะไซค์ไป ราคาต่อคนที่สองสิบจ่ะ
เปนเงินสี่สิบต่อหนึ่งคัน เห้ออย่างแพง
ไปถึงก้อเดินไปมา เดินไป แบบว่าคนเยอะอะนะทั้งคนรับปริญญาศรีปทุมมั่ง

เดินไปนั่งรอทางที่เดกๆๆจะเข้ารอๆๆๆๆๆๆอยู่อย่างงั้น
แล้วเพื่อนก้อโทรไปนัดรับของที่สั่งไว้ทางเนต งานนี้หากันให้ควักไคว้ หาอยู่นาน โทรไปหากานอยู่สองหน จนเจอจ้าว
แล้วก้อไปรอต่อที่จุดใกล้เคียงกะครั้งแรกที่รอ รอต่อไป นานหลายนาที โดยประมาณก้อช่วง บ่ายสองครึ่งได้มั่ง
รถมา แต่เค้าเอารถตู้มา แล้วก้อเอารถเข้าไปทั้งคันงะ
อดเลย รอเปนนานสองนาน
คราวแรกที่มาเอารถยูโรทัวร์สกรีนข้างรถอย่างสวย
พอรอบสองไงเปนงี้อะ เซ็ง
สักพักเพื่อนก้อโทรหาเพื่อนอีกคน ที่รู้จักกานตอนหลอนไปซื้อบัตรคอนที่แอร์พอร์ต
แล้วเราก้อเดินทางไปหา เดินไปมาสองสาม อย่างเหนื่อยแระเมื่อยล้า ก้อมานเข้าไปหาไม่เจอ แต่ที่ไปหาสั่นแระถูกทางแล้ว ด้วยความไม่รู้นะแระ เลยได้เดินจนเหนื่อย แถวนั่นมีงานแต่งงานด้วย
คนก้อจะเยอะเปนพิเสด เข้าออกพลุกพล่าน ก้อเดินไปจนเจอ ร้านกาแฟที่เพื่อนรออยู่ ถ้าจำไม่ผิดคิดว่า แบลคแคนยอนนะ
แล้วก้อได้เจอเพื่อนใหม่อีกสองคนงะ อยุเยอะว่าคนหนึ่ง และน้อยกว่าคนหนึ่ง
เสียดายที่เปนคนคุยไม่เก่งงะ ไม่งั้นคงคุยสนุกกว่านี้
ไม่ไปนั่งบรื้ออย่างงั้นหรอก
เพื่อนเหล่านั่นเค้ารูจักกานตอนไปตามเดกๆๆที่ปรานบุรี ถ่ายโคดสะนา ฟีโน่
เค้าคุยกานแนวเดียวกาน เลยคุยสนุก เข้าขากาน
ไม่เปนไร ไว้คราวหน้า ออกงานสังคมอีกฉานก้อจะได้หาประเดนที่จะคุยและเข้าสังคมเปนสักที

รอจนถึงห้าโมงกว่า ได้ไปเข้าห้องน้ำก่อนเข้าไปในงาน
อย่างที่บอกว่ามีหลายงานเลยต้องต่อคิวเข้าห้องน้ำ
ลืมๆๆๆๆเอากล้องไปไว้ที่เสื้อในนะสิ
เลยเปนกังวลตอนไปต่อแถวเข้าฮอล์
ต่อๆๆจากยาวๆๆจนสั้นลงๆๆๆ
แต่ก่อนหน้านี้ตื่นเต้น จะเอาไงดี
ให้เพื่อนช่วยคิด ช่วยนั่นนี้ จนเปนนอยไประยะหนึ่ง สุดท้ายก้อซ่อนมานไว้ที่เสื้อกันหนาว
แล้วก้อจบ ยกเสื้อกันหนาวออกให้เค้าขนเปนว่าไม่มีไรแล้ว งิงิ
แล้วก้อผ่านไปได้ด้วยดี อย่าหววั่นๆๆและหวาดกัว
ฮาๆๆ
ชั้นเข้าไปแล้ว แล้วก้อขึ้นไปอีกชั้นสอง โอ้สูงจัง ชั้นที่ชั้นอยู่
เข้าไปก้อมืดเชียว เจอสต๊าฟแต่ละคนต้องตั้งจายฟังหน่อย
แบบว่าไปนั่งคนเดียวอะนะ ไม่เคยไปอีกต่างหากนิ
เค้าก้อบอกทางไปเดินๆๆๆ แบบคนเดียวไม่คนนำเหมือนคนอื่น เค้าก้อคิดว่าแก่แล้วน่าจะรู้
ส่วนเดกๆๆสวยๆๆหน่อยก้อจะมีคนนำงิงิ
แล้วเราก้อนั่ง นับจากทางเดินบันได สามที่นั่งโอเค ใช้ได้
รออยู่สักพักคนก้อเริ่มเข้ามาเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ
จนเตม ฮือฮากะการพูดพรีเซ้นนำเหนอว่าเรื่องคอนเสิด
แล้วก้อร้องเพลงสรรเสริญอย่างดัง โดยที่ไม่ต้องบอกให้ครายยืน ทุกอย่างเปนอัตโนมัติ ดูแล้วปราบปลื้มจิงๆๆๆ
แล้วมานก้อถึงเวลาแล้วที่เดกๆๆจะออกมา หุหุ
เดกออกมาอย่างเตมรูปแบบ แต่ว่าเค้าคิดว่าน้อยกว่าครั้งแรก
ช่วงนี้จำไม่ค่อยได้ละเรื่องคอนงะ เดกๆๆก้อร้องไปตามสเตปที่วางไว้
ร้องๆๆๆ เราก้อกรี๊ดบ้างตามสมควร หนุกดี
เดกน้อยมองขึ้นมาเหมือนกะน้องๆๆเค้ามองเรา ทั้งๆๆที่ก้อมองรวมๆๆอะนะ
แต่ว่าน้องเค้าก้อตัวใหญ่กว่าที่คิดๆไว้ ไม่ได้ตัวเลกอย่างไม้ขีดที่คิดไว้
ตัวใหญ่อะนะ ชอบๆๆๆคราวหน้าก้อว่าจะลงทุนเยอะๆๆ ไปอยู่แบบใกล้ๆๆเลย
อีกอย่างก้ออยากจะเอากล้องออกมาอะนะแต่ว่า โซนเราไมการ์ดมานช่างเยอะจัง แล้วก้อมาเดินอยู่บ่อยเชียว
เลยตัดใจไม่ต้องถ่ายละ ไปรอความหวังที่เพื่อนอีกคนที่เอากล้องเข้ามาพร้อมกานดีกว่า
คอนเล่นไปจนถึงสามทุ่มคึ่งได้ เปนอันจบ เดกมาโค้งขอบคุณเราก้อเดินลงจากที่นั่งละ
ก้อเราปวดท้องงะตั้งแต่เช้าละ แต่ไม่อยากออกงะ
เราก้อรีบออกมาก่อนเด๋วคนเยอะจะน่าเกลียด ก้อเราจะฟาร์ตอะนะ
พอเสดก้อเดินไปทางที่นัดหมายกะเพื่อนท่ไปด้วยที่ดูเดกๆๆเข้า
งานนี้ก้อรอเดกๆๆออก ก้ออย่างเดิมออกมาแบบรถตู้ แล้วๆๆมีเสียงตบกระจกอะ คนที่รอด้วยก้อคิดว่าดองเฮแน่เย้ ที่ตบ
อะอะ ดีจาย
เอาละสิ พอถึงทางกลับจะกลับไงอะ รอรอรอรอ รถอยู่นานก้อคนเตมรถเยอะ งานนี้เดินเลย
เดินไปสักพักก้อมีรถแมงกะไซต์อีกแล้ว คนละสิบห้าบาท รวมสามสิบบาท ไปลงที่โลตัสเอกเพรสหน้ามอสอธอ
ไปช้อปของกินก่อน ข้าวผัดปูจ้าว เพื่อนก้อข้าวหมูกะเทียมแอบบ่นด้วยว่าหมูน้อยงิงิ กับน้ำชาหนึ่งขวด
เอร้ดจ้าว แต่ก้อต้องกินยาฆ่าเชื้องะ แบบท้องมานปั่นป่วนอะเนาะ มานคงจะดีขึ้นอะนะ
พร่ำเพ้อถึงตาทึกกี้ และน้องด้ง อยู่นาน อาบอาบน้ำ เพื่อนนอนก่อน เราอะหรอ ดูทีวีต่อจนเอสๆ501ออก ก้อนอนเลย
ดึกมากแล้วอะนะ
ฉานก้อนอนหลับๆๆตื่นๆๆ ตอนตีสี่ก้อปวดท้องข้างขวาอย่างแรงไอ้เราก้อนึกว่าจะเปนไส้ติ่งสะแล้ว ปวดแบสุดๆๆเลยงะ
ซักครึ่งชั่วโมงได้
แล้วก้อนอนต่อ
ตื่นอีกทีตอนหกโมงปลาย ตามนาฬิกาปลุก
ตื่นมาเพื่อ อาบน้ำ ทำอะไรนั่นนี้ นิดหน่อย
แล้วสักแปดโมงก้อเดินทาง
คืนกุญแจ ถ่ายรูบอีกเลกน้อยที่มอสอธอรำลึกถึงความหลังแล้วก้อไปรออยู่ตรงหัวมุมทางเข้าอิมแพคจ่ะ
รอรถ(สองแถว ศัพท์แสลงบ้านเรา)เค้าเรียกรถกระป๋องะ รออยู่นานสองนาน
ก้อมีรถคันอื่นๆๆผ่านไปผ่านมา แอบหน้าตาดีก้อมี เก้อขอเกาะไปด้วยได้มะ
แล้วรถก้อมา ด้วยราคาแปดบาทตลอดสาย ต่อคน เราก้อนั่งไปลงที่อิมแพค อ่าถ่ายรูปต่อ
อีกนิดหน่อย รูบเอสๆ501 กะว่าจะมาดูถ้ามานตรงกะช่วงที่ทางมอสอธอเค้ารับปริญญาอะนะ
แต่ว่าคอนมานก่อนเลยเปนอันว่าอดไปดูจ้าว
แล้วก้อถ่านกะอิมแพคนิดหน่อย แล้วเดินต่อไปรอรถเมล์ของอิมแพคเพื่อเดินทางไป บีทีเอส หมอชิดจ่ะ
ถามๆๆรอๆๆสักพักก้อเก้าโมงกว่า แล้วรถก้อมา เดินทางเรวมากเวลา ยี่สิบห้านาทีได้ นั่งสบายๆๆคนขึ้นน้อยงะ ด้วยเงินสามสิบบาท
ยิ่งถามยิ่งไกล ก้อตอนแรกถามที่อิมแพคว่าขึ้นรถแมงกะไซค์ที่บีทีเอส เสียสี่สิบ ถึงที่นครชัยแอร์ แต่ไปถึงถามคนทำความสะอาดแถวนั่นเค้าว่าไปเอมอาร์ทีไปจะใกล้กว่า ถูกกว่าเอาลองดู ไปถึงที่หมายเปนไงละ ไม่ช่ายที่หวังไว้ งานนี้เซ็งเลยเสียเงินไปอกที่กำแพงเพชร หรือว่าเราออกผิดทาง แล้วก้อมีแมงกะไซต์มาส่งลูกค้าแถวนั่นพอดี ก้อเอาเลย เพื่อเสียเงินสมสิบบาทนั่งแมงบินไป
เปนว่าฉานได้มาส่งเพื่อนเสดเรียบร้อยแล้ว เดินทางโดยสวัสดิภาพนะเพื่อน .........จบตอน

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ต่อ

หลังจากนั้นก้อเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินช่ายมะ
มานก้อใช้เวลาเพียงเลกน้อยเราก้อถึงที่หมายคือจตุจักร
เราก้อดูทางออกที่จะไปจตุจักร เพราะมามีทางออกหลายทางดีนะออกทางที่เพื่อนรออยู่
เราก้อเดินดุ่มๆๆๆๆไม่ทันมองอะไร เพื่อนเรานะเหนเราตั้งแต่ออกมาแล้วดูดิ ตาหนอตา
แล้วก้อเดินทางบวกกะคุยการว่าจะไปทางไหนดีก้อตัดสินจายการว่าเดินทางด้วยรถตู้สายอะไรไม่รู้จำไม่ได้
เราก้อไม่เคยอะนะ งานนี้ต้องให้เพื่อนนำ เปิดประตูไห้ด้วยงิงิ แต่กว่าจะได้ขึ้นพี่แกก้อขับรถหนีเราไปเรื่อยๆๆๆ
ขึ้นไปแล้วก้อดูอะไรแปลกๆๆๆใหม่ๆๆๆอะไรก้อไม่เคยนะ ความจิงทางอาจจะทางเดิมแต่เรานะจำไม่ได้เอง
ไปเรื่อยๆๆๆเพื่อนก้อถามว่าจำได้ป่าวเราก้อว่าจำไม่ได้งิงิ เบลออะ
ต้องถามโชเฟอร์ว่าไปมอสอธอ และพี่ที่นั่งข้างๆๆเพื่อให้ได้ข้อมูลมา
แล้วก้อเดินทางมาถึงจุดหมายที่ต้องลง เลยเมืองทองธานีมาหน่อย เสียค่ารถ 20 บาท
เราต้องเดินข้ามสะพาน แล้วต่อรถ(สองแถวบ้านเราอะนะ) สิบ บาท (100+20+10)
มาถึงหน้ามอสอธอ แต่ไม่ถึงดีหรอก เดินทางอีกไกลเลย แล้วก้อไปยังที่พัก ตึกสัมมนา หนึ่ง
แอบเดินอ้อมหน่อย บอกป้าเค้าว่าที่จองไว้เมื่อวานค่ะ หนึ่งห้อง แล้วก้อแจ้งชื่อ เค้าก้อให้เราเขียนชื่อ เบอร์โทรรหัสนักศึกษา
เส็ด จ่ายเงินไปสี่ร้อยแปดสิบบาทก้อนอนสองคนอะนะ หารกานแล้วก้อจ่ายไปสองร้อยสี่สิบบาท
เดินทางสู่ห้องพัก เห้อ ถึงแล้ว เกือบลืมไป มาถึงขอชาร์ตแบต มือถือ โทรหาแม่ก่อนเด๋วจะโดนว่าอีก ว่าไม่โทรกลับ แจ้งว่ารถมาถึงช้า แล้วข้าน้อยก้อเดินทางมาถึงที่พักแล้ว มีที่พักเรียบร้อย ไม่ต้องห่วงข้าน้อยแล้ว จบ.
ก้อทามกานดึงข้าวของออกมา เหนื่อยนิดๆๆกะการเดินทาง
พักสักดูทีวีอะไร ก้อคุยกานว่าไปซื้ออะไรกินการ ก้อไปซื้อ ของที่โลตัสเอกเพรส เดินไปเดินมาอยู่ในร้านไม่รู้จะกินไร
เพื่อนเค้าก้อไม่รู้จะกินไรมั่งเลยเปลี่ยนจายไปกินข้าวเหนียวกะไก่ย่าง แง๊ๆๆ อยากกินบางแต่กินทีลำบากแน่เยยย เพิ่งทำฟันมางะ
ไอ้เราก้อต้องกินกาแฟอะนะ แต่แพงน้อยงิ ตั้งสี่สิบบาทแน้ แอบเสียดายเงิน น่าจะกินกาแฟที่ใต้ตึกสัมมนาแค่ยี่สิบบาทเอง ไม่ต้องถือให้เมื่อย แต่ก้อซื้อไปแล้ว แล้วก้อซื้อขนมปัง ฟาร์มเฮาส์รู้สึกว่าจะสองรสนะ ถ้าจำไม่ผิด ราคา เจดบาท เปนเสดสำหรับร้านนี้
ของหายากหน่อยเพราะไม่คุ้นเคยกะร้านนี้ อ่า แต่เพื่อนแอบเหน เภสัชร้านนี้น่าร้ากงะ ไม่ได้ทำไรก้อเล่นเกมส์หน้าคอม
ส่วนเพื่อนก้อได้เจ้าน้ำดำ(โค้ก)กลับห้อง แต่ก่อนกลับเพื่อนก้อได้แวะซื้อไก่ย่าง ข้าวเหนียวเปนข้าวเช้า
กลับถึงห้องก้อกินเลย ไม่รอช้า
ฉานก้อได้ผลเลย เกินคาดมาก ก้อคิดว่าแค่ขับถ่ายรอบเดียวก้อจบแต่ไม่งั้นสิ มานถึงสองรอบ แอบปั่นป่วนด้วย เก้อ เหนี่อยจาย เพื่อนมาด้วยจะไม่หนุกเอานะจิ เรามานชอบแบกโลกไว้ทั้งโลกด้วยจิ แต่ก้อรวดอาบน้ำด้วยนะ แต่ก้อคิดว่าทางที่พักจะมีแชมพูให้ด้วยผิดคาดอีกอย่าง คือมีแต่สบู่เปนก้อนงะ งานนี้เลยต้องเอาสบู่มาสระผมแทนง่า ผลคือ ผมเปนปีกๆๆแอบเหม็นด้วยงิ
(เวลาอากาดร้อน)อยู่ดูทีวีทั้งเอฟโฟ รายการอื่นๆๆอีก สลับไปมา อ่าได้ดูข่าวด้วยนะ ว่าเอสเจมาไทย ช่องเก้าอะนะ น้องด้งของฉานนนนนนนนนนนนน่าร้ากที่ซู้ดดดดดดด
ถึงประมาณบ่ายโมงได้ ถึงเดินทางงะ(ไปอิมแพคอะนะ) นั่งแมงกะไซต์อะ รออยู๋ฝั่งหน้ามอ เลยอะนะ รถวันนั้นเยอะเพราะว่ามอ ศรีปทุมรับปริญญาอะ ด้วยเงินคนละยี่สิบบาทแอบเรียกแพงงะ ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบนาทีก้อไปถึงที่หมายแต่ว่า ไปอย่างหวาดเสียวเลย ซอกแซกไปมาอะ

วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ลัลลา สู้ๆๆ ฉานสามาด

ฮาๆๆๆ
ต่อนะ
ก้อกังวลอยู่นาน พอถึงลำปางก้อถ่ายรูบวิว สักพักก้อๆๆๆๆๆ มีเดกมัธยมเดินขึ้นมา
อ่า อันนี้ไม่เท่าไหร่ แต่ว่า สักพักคุณน้อยเริ่มจัดกระเป๋าเจ้า
ที่ฉานแอบมองและสังเกดเหนได้ คือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บัตรคอน บัตรคอนเจ้าค่ะ จุดประสงค์เดียวกานที่จะเดินทางไป
ง่า กรี๊ด ก้อจะไม่ไห้กรี๊ดได้อย่าง ในเมื่อไปกอทอมอ ด้วยจุดประสงค์เดียวกาน
งิงิ ต่อจ่ะต่อ ก้อเยนแล้วอะนะ ก้อแอบของีบหน่อยละกาน
งีบยกสองยก เจ้านายตั๋วตู้ฉานมั้งก้อมานั่ง ตอนแรกที่มานั่งไม่หล่อหรอกนะ
สักพักเปลี่ยนเจ้า งิงิ หล่อขึ้นด้วย แอบชอบนะเนนี่ย แล้วเค้าก้อคุยกานเรื่องเลิกกะแฟน แหมๆๆ แอบ สงสัยงะว่าหน้าตาก้อดีไมเค้าถึงขอเลิกได้น้า
แล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆไงอะ

เอาละค่ะ สักพัก เค้าก้อเปลี่ยนที่นั่งเปนเตียงนอนเจ้า พักผ่อนกานตามอัธยาศัย
แอบสงสารน้องเค้าหิ ต้องปีนขึ้น
(รถไฟที่ขึ้นคันนี้อะนะเปนรถไฟที่ปลดระวางมาจากตู้ปรับอากาด ก้อนั่งตอนแรกก้อพัดลมอะนะ นอนไป นอนไป ก้อหนาวสะเหลือเกินอย่างกะอะไร เค้าก้อเปิดทั้งแอร์และหน้าต่าง และพัดลม ครบเซตเปนไงละ หนาวเลย)
อ่าลืมบอกไปฉานนนั่งที่นั่งสิบแปดนอนเตียงล่างงะ สบายหน่อย ฉานก้อหลับสบาย เข้าห้องน้ำก้อโอเค ไม่อยากกังวลอะไรมาก
หลับเปนตายงะ
ลืมบอกไปช่วงที่จากลำพูนถึงลำปางฉันอาจจะนั่งด้วยความหวาดกัว แต่ที่เปนอย่างงั้นก้อเพราะว่ามีคนนอกสามาดเดินทางขึ้นลงได้ตลอดเวลา แต่แล้วช่วงเวลาอย่างงั้นก้อผ่านมาได้ ที่เค้ามาขายก้อผัดไท ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ไส้อั่ว โอ้ อยากกินจังแต่ไม่ไหวแน่ ฟันฉาน
หลังจากนอนๆๆๆๆ จนถึงเช้างานนี้นั่งนานต่อ ยังไม่ถึงที่หมายสักที เลทเจ้าค่ะเลทอย่างแรงตั้งสองชั่วโมง บางซื่อก้อแล้ว ดอนเมืองก้อแล้ว สามเสนจ่ะ น้องที่เดินทางมาด้วยก้อลงจ่ะ น้องเค้าลงก่อน ส่วยฉานก้อนั่งต่อไป เพื่อไปลงที่หัวลำโพง ถ้ารู้อย่างงี้ฉานคงจะลงที่บางซื่อแล้วต่อรถไฟฟ้าใต้ดินคงดี จะได้เจอเพื่อนแต่ไว ก้อเพื่อนตรู ขึ้นรถทัวร์งิ เดินทางถึงเรว ถึงก่อนเรางะ ตั้งแต่ตีห้าแน่ะ ออกก้อหลังเรานะ(ตอนสองทุ่มนะ) เหนมะ รถทัวร์เรวกว่า งวดหน้าก่อนนะจะเดินทางด้วยรถทัวร์ แล้วรถไฟที่ฉานเดินทาง ก้อมาถึงหัวลำโพงจนได้ ด้วยเวลาประมาณ เอาอะนะ จำไม่ได้ดีเท่าไหร่ก้อเวลาเจ็ดโมงกว่าได้มั่ง
แล้วก้อเดินลงรถไฟไปหาโทรสับ โทรหาเพื่อนเจี๊ยบหลังจากแบตฉานหมดตั้งแต่อยู่บนรถ กะว่าจะเซฟพลังงานน่าจะพอถึงเช้าแต่ก้อไม่พองะ
หยอดเหรียญจากตู้โทรหาเพื่อนที่จะเดินทางมาจตุจักร ก่อนที่ฉานจะโทร ก้อมีคนมีอายุบอกฉานให้กดเบอร์โทรไห้หน่อยเค้าไม่เหน ส่วนฉานนนะหรอ ก้อเก้ๆๆกังๆๆๆ ที่จะทำอะไรไห้เค้านะ สักพักลูกเค้าก้อโทรมาเจ้า ดูท่าทางเค้าก้อเปนมิตรดี ชวนเราคุยนิดๆๆหน่อยแต่ก่อนหน้านั่น ลูกสาวเค้าก้อโทรมาหาเปนอันว่าเด๋วลูกเค้าคงมารับ
คราวนี้ก้อมาถึงตาฉานโทรศัพละ โทรไม่ติดงะ เซ็ง งานนี้เลยกกะไปหาห้องน้ำที่รถไฟฟ้าใต้ดินงะ แต่ปรากดว่ามานไม่มี เอาแล้วแล้วฉานจะไปเวข้าห้องน้ำที่ไหน แล้วก้อไปหาที่โทรสับข้างในอีก เพื่อโทรหาเพื่อน โทรหาอยู่สองครั้ง เราถึงเจอกาน แล้วเค้าอยู่บนรถแทกซี่จ่ะ กะลังเดินทางมายัง เอมอาร์ที จตุจักร ส่วนฉานก้อเริ่มทำการเติมเงิน เพื่อที่จะเดินทางตามไปหา ณ จุดหมายที่นัดกานไว้

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

จุดเริ่มต้นของความกล้า

ถ้าเราไม่กล้าทำอะรตอนนี้เราก้อจะไม่กล้าทำไปเรื่อยๆๆๆๆๆ
เพราะฉะนั้นฉันจึงเริ่มที่จะก้าวไปข้างหน้าก้าวไปอย่างเล็กๆๆน้อยๆๆ
นั้นคือการเดินทางไปกอทอมอ ด้วยตัวคนเดียว
ก่อนหน้าเดินทางค่อนข้างกังวลอย่างมาก
คือเรายังไม่ได้จองตั๋วเพราะเราต้องเดินทางอย่างแน่นอน
แล้วหลังจากจองตั๋วได้
แม่ฉันก้อมาถามฉันซอกแซกมากมาย พยายามเลี่ยงไม่ตอบแล้วนะ
พยายามคืดหาคำตอบไว้เพราะว่าไม่อยากให้ต้องมาบ่นเราเยอะ
ถามว่าไปไง ถามว่าไปกะคราย ไมไม่ไปด้วยกาน
ไปกะผู้ชายหรือป่าว อันนี้เคืองสุดๆๆ
เพราะว่าฉานก้ออยู่บ้านทั้งวันแล้วจะไปคบกะครายได้อีก
งานนี้มึนตึงเปนอาทิตย์เลยตรู
แล้วก้อไปบ่นกะพี่ตรูดูสิ แล้วพี่ตรูก้อมาคุยกะเฮาอะอย่างงั้นอย่างงี้
เห้อ
แล้วถึงวันไปเดินทางไปคนเดียวเจ้า หวั่นๆๆจัง
พี่ชายมาส่ง ทีแรกก้อคิดว่าจะไม่ทันอะนะ ก้อแบบว่าได้เตรียมตัวตอนบ่ายสองงะ
ไปสถานีตอนอีกสิบนาทีจะบ่ายสามงะ
ก้อเร่งกานไป แล้วก้อต้องรอๆๆๆๆอยู่นานเหมอนกานนิ กว่ารถจะมานะ ก่อได้คุยกะพี่ผู้ยิงคนนึงงะ
ที่เดินทางคนเดียวเหมือนกาน
เค้าก้อเล่าเรื่องกานเดินด้วยรถไฟไห้เราฟังก่อนก้อโอเคเลย ทามให้เรารับรู้เรื่องราวก่อนเดินทางเจ้า
มานก้อบอกไม่ถูกอะนะว่ามานมีความกังวลอยู่หรือว่าไม่มีงะ
แล้วรถไฟก้อมาหวั่นที่สุด แต่มานก้อถึงเวลาที่เราจะต้องเดินทางแล้ว
ขึ้นไปก้อ ง่า กัวงะ กัว มีแต่คนต่างชาติ ดีๆๆ ชีวิตฉานคงจะถูกกะต่างชาติอะมั่ง อิอิ
แล้วนายตั๋วก้อมาเดินตรวจตั๋ว มากานที่สามสี่คนเลย หลังจากนั่นก้อมีตำรวจอะไรสักอย่างมาเดินอะ บอกว่าจะขอตรวจดูเฉยๆๆ ดีนะที่พี่คนหนึ่งมาบอกเราก่อนว่าจะมีกานตรวจ ไอดีการ์ดงะ ก้อเลยลดความตื่นเต้นขอเราไปบ้างงะ
ก้อเราเดินทางคนเดี่ยวเจอะอย่างงงี้ก้อมีหวั่นบ้างงะ นะ ก้อคว้านหา ไอดีการ์ดอยู่นานก้อเจอ ยื่นไห้แล้วก้อสัมพาดเล็กน้อย ไปกะฝรั่งหรอ เราก้อว่าป่าว ไปคนเดียวเจ้าค่ะ แล้วเค้าก้อถามว่าไปกี่วัน เราก้อว่าไปวันเดียว เส็ดแล้วก้อจากไป
เราคิดในจายดีนะที่ได้คุยกะพี่คนนั่นก่อนขึ้นรถ เจออย่างจะได้ไม่หวั่นวิตก
แล้วนายตั๋ว(เค้าเรียกงี้อะป่าว)ก้อเดินไปมา คนเสริฟ อาหารก้อเดินไปมา มีคนมาขายของบนรถไฟด้วย
โอ้แม่เจ้า ช่างเปนอะไรที่น่าตื่นเต้น และหวาดกัวอยู่ตลอดเวลา ไมเปนงี้นะ
เหมือนต้องค่อยระวังอยู่ตลอดเลย แล้วรถไฟก้อเดินทางมาเรื่อยๆๆๆผ่านแม่ทา ผ่านกัสสัน แล้วก้อๆๆๆๆๆๆๆมาผ่านขุนตานจ้า ได้ถ่ายรูบด้วยดีจายจัง ก้อมาเปนแบบบพัดลมอะ เราก้อเลยมีโอกาดได้ถ่ายรูบ ก้อถ่ายมาอยู่สองสามรูบได้

อาจไม่สวยอะนะ เพราะไม่ค่อยได้เล่นกล้องสักเท่าไหร่



เยอะจัด ช่วงแรกของกานเดินทาง แล้วจะมาต่อนะ

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ค้นหาจนเจอ

นั่งๆๆนอนๆๆ หาข้อมูลอยู่หลายวัน เรื่องการไปworkand holiday ih aus จนวันนี้ดวงดีจ้าว
ได้เวบบลอกอยู่หนึ่งที่บอกรายละเอียดที่ข้าเจ้าต้องการทั้งหมดได้ พอดี
ช่างโชคดีจิงๆๆๆ
นั่นก้อคือ


http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=l-gal&date=03-03-2008&group=2&gblog=1

ขอบคูณสำหรับข้อมูลเน้อเจ้า
ข้าน้อยจะเอาไว้เป็นข้อมูลในการดำเนินกานเจ้า
อีกอย่างต้องขอบคูณปี้กูเกิ้ลต้วยเด้อเจ้าที่เซาะเนื้อตี่ต้องการจนปะ
ฮิ้ว !!!!



เพิ่มเติมข้อมูลอีกหน่อย ได้แก่การขอวีซ่า
เวบนี้เยย

http://www.udom4edu.com/index.php?mo=5&qid=184558

อันนี้ก้อเปนประสบการณ์น่าอ่านเก็บไว้ถ้าเค้ายังไม่ลบกระทู้ไปสะก่อน จะได้รู้เตรียมตัวรับกับสถานการณ์ข้างหน้า เราอาจจะคล้ายเจ้าของกระทู้อยู่บ้างก้อได้
เพราะเปนคนที่อ่อนต่อโลกภายนอก

http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2009/05/H7897287/H7897287.html


ไม่รู้ว่าเวบนี้เคยเอามาลงบอรดอะยัง เนื้อหาประมาณโครงการเวิร์คแอนด์ฮอลิเดย์
http://www.thaiwahclub.com/forum.html
เผื่ไว้ก่อนแล้วกาน จะได้ไม่ต้องไปหาอีก

หาๆๆๆจนเจออีกหนึ่งบลอกน่าสนจาย ว่างๆๆจะมาอ่าน ตอนนี้สตอกไว้ก่อนงิงิ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=blueskyflyalone&date=30-12-2008&group=12&gblog=16

ด้วยจายรักที่อยากจะไป แต่เงินทองไม่เพียงพอ งานนี้เลยต้องเงินไปก่อน คิคิ
เมื่อไหร่จะถูกหวยสักทีน้า เห้อ

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สายการบินจ้า

เมื่อใจอยากที่จะเดินทาง
งานนี้เลยค้นหาการเดินทางจากเมืองเหนือสู่แดนไกล
กำหนดการยังไม่เกิด แต่ตอนนี้ขอหาข้อมูลไปก่อน
ได้แก่
สิงคโปร์
สายการบินที่เดินทางก้อคือ
http://www.silkair.com/mbe/en_UK/
ประเทศนี้ถึงแม้จะเคยเดินทางบ้างแล้วก้อยังอยากจะเดินทางไปอีก
มานมีเสน่ห์ดึงดูดให้ฉานอยากเดินทางอีก
สำหรับหลายคนคงคิดว่ามานก้อแค่นี้เอง ไม่มีอะไรก้อตามที

กรีดๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอกรีดก่อน
คนทีอยากเที่ยวอยากฉานก้อมีทางเจอจนได้
ก้อเกาหลีไง
สายการบินที่ไปก้อนะ น่าจะพอรู้การ
โคเรียแอร์
http://www.koreanair.com/
ถ้าอยากทราบเวลาการเดินทางจิงๆๆก้อต้องเข้าเวบไซต์ข้างต้น
เพื่อเชคข้อมูลการเดินทางอีกทีนะจ่ะ
คร่าวๆๆก้อ จาก เชียงใหม่ถึงอินชอน(โซล) เวลา 1.40- 8.50น.
วันพุธหรือว่าวันเสาร์
ส่วนกลับมาไทยก้อวันอังคารหรือว่าวันศุกร์
จากอินซอน(โซล)ถึงเชียงใหม่ด้วยเวลา 21.00-00.30 น.
อ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆดีจายจัง
ตอนนี้เหลือแต่เงินแล้วเราความฝันก้อจะเปนจิง
ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางไปในเมืองหลวงแล้วเรา ย้อนไปย้อนมาเสียดายตังค์

งิงิ

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไอเอลภาคสี่(การพูด)

Speaking
-ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แบ่งออกเป็นสามส่วน
- ส่วนแรก เป็นการสนทนาทั่ว ๆ ไป เกี่ยวกับครอบครัว การเรียน การทำงาน ฯลฯ (ประมาณ 5 นาที)
- ส่วนที่สอง จะมีหัวข้อมาให้... ให้เวลาเตรียมตัว 1 นาที และให้พูดตามหัวข้อนั้นประมาณ 2 นาที (ไม่ต้องกลัวว่าถ้าพูดเกินจะถูกหักคะแนน... คนสัมภาษณ์จะบอกเองว่า พอก่อน) อย่าพยายามพูดน้อยกว่า 1 นาทีครึ่ง (อันนี้อาจถูกหักคะแนนได้)
- ส่วนสุดท้าย เป็นการพูดรายละเอียด เกี่ยวกับหัวข้อที่เราเพิ่งพูดจบไป เพื่อให้เราได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น ๆ
- คะแนนในส่วนนี้มาจาก Fluency, Grammatical, Pronunciation,Lexical resource

เคล็ดลับในส่วนนี้

- พยายามพูดกับตัวเอง หรือคนรอบข้างเป็นภาษาอังกฤษ (จะทำให้ระบบสมองคล่องขึ้น ไม่ต้องเสียเวลานึก)
- ลองพูดตาม topic ต่าง ๆ (หาตัวอย่างได้ตามเว็บไอเอลทั่วไป)แล้วเอาเรื่องของเราไปประยุกต์ดู
- เวลาสอบให้ทำตัวตามสบาย อย่าเกร็ง พูดให้เป็นธรรมชาติ (คิดซะว่าเม้าท์กับเพื่อนฝรั่ง ไม่ได้ไปสอบ)
- อย่าเกร็งเรื่องแกรมม่ามาก คะแนนสำคัญมาจากการสื่อสารที่รู้เรื่อง เข้าใจมากกว่า
- ถ้าฟังคำถามไม่เข้าใจ ให้ถามคนสัมภาษณ์เลย อย่าพยายามตอบทั้งที่ไม่รู้ว่าเค้าถามอะไร
- ถ้าฟังไม่ทันที่เขาพูด ขอให้เขาช่วยพูดช้าลงไปเลย อย่ากลัวว่าจะถูกหักคะแนน (ดีกว่าฟังไม่ทันตอบไม่ได้ไปเลย)

โดยรวม

- ตั้งใจอ่านคำสั่งให้ดีทุกพาร์ท
- เปิดดูให้หมดว่าพาร์ทไหนมีข้อสอบกี่ข้อ ต้องตอบกี่คำถามในส่วนนั้น ๆ
- ไปให้ก่อนเวลา จะได้ไม่เหนื่อย ไม่ตื่นเต้น- แบ่งเวลาในแต่ละส่วนให้ดี (โดยเฉพาะ reading and writing) อย่าเสียเวลากับใดส่วนหนึ่งมากเกินไป ข้อไหนตอบไม่ได้ วงไว้ แล้วข้ามไปก่อนเลย
- พยายามเขียนให้จบท้งสองเรื่อง (มีส่วนต่อคะแนนอย่างมาก)
- ที่เหลือ... สู้ตาย

ปล.ส่วนหนึ่งแปลมาจาก 101 Helpful Hints for IELTS, เพิ่มเติมจากการเรียนกับอ.ที่เป็นคนสัมภาษณ์,และสุดท้ายจากประสบการณ์ตรงที่สอบถึงสามครั้ง กว่าจะได้ 6.5
บทความโดย คุณ Sanoww

จบ..........ขอบคุณอย่างสูง เพื่อคะแนนและการเรียนรู้

งานนี้ขอกอบปี้ข้อมูลมานะคะเกรงว่าจะเข้าใจไม่ถูกต้องอย่างต้นฉบับขอขอบคุณอย่างสูง ในเรื่องข้อมูลทั้งหมดและคำแนะนำ ที่เจ้าของบลอกจะขอเก็บไว้เพื่อไปทำตาม จากhttp://www.aussiethai.com/educationview.php?tid=338 โดยบทความจากคุณSanoww และคุณดอสเพื่อการพัฒนาของเด็กไม่รู้เรื่อง

ไอเอลภาคสาม(การเขียน)

Writing

- มีเวลาเขียนสองพาร์ทรวม 60 นาที
- ส่วนแรก 150 คำ(ต้องบังคับตัวเองให้ใช้เวลาส่วนนี้ 20 นาที) แล้วอีก 40 นาทีที่เหลือ กับ 250 คำของส่วนหลัง
- ส่วนแรกจะเป็นให้อธิบายกราฟ,ตาราง ฯลฯ ให้เขียนในรูปแบบรายงาน มีการเปรียบเทียบความเหมือนและแตกต่าง เขียนถึงตัวเลขที่มากที่สุด และน้อยที่สุด
เวลาเริ่มต้น ให้เขียนว่า เป็นกราฟเกี่ยวกับอะไร ช่วงระหว่างปีอะไร มีแกน x,y ประกอบด้วยอะไรบ้าง และข้อมูลมาจากหน่วยงานไหน ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียด
ส่วนตอนสรุป ก็ให้เขียนว่าจุดเด่นที่แตกต่างของภาพคืออะไร ("อย่า"ใส่ความคิดคาดคะเนไปเองว่ากราฟอาจเป็น บลา บลา บลา ในอนาคต)... หรือ...
- อาจจะเป็นการอธิบายอธิบายการทำงานของวงจรอะไรซักอย่าง... ถ้าได้แบบนี้ ให้เขียนเรียงเป็น step 1,2,3... โดยขึ้นต้นว่า มันคือการทำงานของอะไร มีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง ก่อนจะเริ่มบอกรายละเอียด
- สำหรับ task 2 จะเป็นการเขียนรายงานอย่างง่าย 250 คำ เนื้อหาจะเกี่ยวกับหัวข้อทั่ว ๆ ไป เช่น ระบบการศึกษา, สิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่จะเป็นการให้แสดงความคิดเห็น หรือเปรียบเทียบระหว่างสองข้อมูลที่โจทย์ให้ เช่น ระบบการเรียนที่รร. กับการเรียนทางไกล เป็นต้น
- ทั้งสองพาร์ทในส่วน writing จะต้องถูกเขียนแบบภาษาวิชาการ มีรูปแบบที่ถูกต้อง


เคล็ดลับในส่วนนี้
- ส่วนกราฟ... อย่าพยายามเขียนถึงทุกอย่างในกราฟ... แบ่งออกเป็นสามส่วนง่าย ๆ
... Intro ประมาณ 30 คำ เขียนว่าเป็นกราฟเกี่ยวกับอะไร (ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกราฟ)
... เนื้อหา เขียนเปรียบเทียบ และจุดเด่นจุดด้อย (ประมาณ 100 คำ)
... สรุป เน้นจุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอีกครั้ง (ประมณ 30 คำ)

- ส่วนที่สอง... เขียนไอเดียคร่าว ๆ ไว้ก่อนว่าจะเขียนอะไรบ้าง (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที) ถ้าต้องเปรียบเทียบเรื่องอะไร 2 เรื่อง พยายามให้ความสำคัญทั้งสองส่วนพอ ๆ กัน บอกทั้งข้อดีและข้อเสียของทั้งสองอย่าง
... intro ประมาณ 50 คำ เขียนกว้าง ๆ ว่าหัวข้อที่ได้สำคัญยังไง... เช่นตามหัวข้อตย. ก็เขียนว่าปัจจุบัน ระบบการเรียนทางไกลเริ่มใช้แพร่หลายในหลาย ๆ ประเทศ บลา ๆ ๆ ๆ
... ในส่วนเนื้อหา (ประมาณ 150 คำ) อาจแบ่งเป็นสองย่อหน้าอีกครั้ง... อาจเขียนได้เป็น ข้อดีของทั้งสองระบบ... กับข้อเสียของทั้งสองระบบ หรือ เขียนถึงระบบแรกหนึ่งย่อหน้า... ระบบที่สองในอีกย่อหน้า (แล้วแต่ความถนัด)
... ส่วนสรุป บอกตามความคิดเห็นของเราไปเลย ว่าคิดว่าระบบไหนดีกว่า เพราะอะไร... หรือไม่มีอะไรดีกว่ากัน เพราะอะไร (ต้องให้เหตุผลด้วยเสมอ)
- ฝึกเขียนทุกวัน (หรือบ่อยเท่าที่ทำได้) ส่วนกราฟ อาจท่องจำรูปแบบคร่าว ๆ ไปได้เลย
- ส่วนพาร์ทสอง ฝึกเขียนในหัวข้อต่าง ๆ กัน เพราะปัญหาของหลาย ๆ คน คือไม่รู้จะเขียนอะไรดี (เวลาฝึกอ่าน ลองเอาหัวข้อเหล่านั้นมาเขียนใความคิดตัวเองดูก็ได้)
- ต้องหาคนตรวจให้ (อันนี้สำคัญ... ยากที่จะทำเองได้) เมื่อมีคนแก้ให้ เอามาเขียนใหม่อีกครั้ง(อย่าขี้เกียจ) เพื่อให้สมองจำในแบบที่ถูกต้อง
- ถ้าไม่มั่นใจ อย่าพยายามใช้ศัพท์เฉพาะ (เพราะถ้ามันไปอยู่ผิดที่ ผิดวิธีใช้จะทำให้คะแนนลดลง)
- อย่าเขียนประโยคเดียวสั้น ๆ ทั้งเรื่อง ให้เขียนประโยคยาว ๆ โดยใช้ตัวเชื่อมต่าง ๆ ให้เป็น



งานนี้ขอกอบปี้ข้อมูลมานะคะเกรงว่าจะเข้าใจไม่ถูกต้องอย่างต้นฉบับขอขอบคุณอย่างสูง ในเรื่องข้อมูลทั้งหมดและคำแนะนำ ที่เจ้าของบลอกจะขอเก็บไว้เพื่อไปทำตาม จากhttp://www.aussiethai.com/educationview.php?tid=338 โดยบทความจากคุณSanoww และคุณดอสเพื่อการพัฒนาของเด็กไม่รู้เรื่อง

ไอเอลภาคสอง (การอ่าน)

Reading
- แบ่งออกเป็น 3 ส่วน รวมทั้งหมด 40 คำถาม ใช้เวลาประมาณ 60 นาที
- จะเริ่มจากง่ายไปยากเช่นเดียวกับ listening
- ทั้งสามเรื่องจะเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ที่เอามาจากบทความวิชาการ(ง่าย ๆ ), หนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสาร
- ในสามเรื่อง อาจมีเรื่องที่ใส่กราฟ หรือรูปภาพ ประกอบบทความ ในส่วนที่บทความใช้ศัพท์เฉพาะที่ยากมาก ๆ
- พาร์ทนี้ต้องทำไปตอบไป เพราะไม่มีเวลาเพิ่มให้เหมือน listeningเคล็ดลับในส่วนนี้
- เริ่มจากอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ (วันละหัวข้อก็ยังดี)
- ดูหนังปิดเสียง อ่านศัพท์เอาแทน (เพื่อเรียนรู้ศัพท์ให้มาก ๆ )
- อ่านบทความภาษาอังกฤษมาก ๆ (อ่านผ่าน ๆ แล้วจับใจความก็พอ)
- จดศัพท์ใหม่ ๆ ทุกครั้งที่เจอ (การรู้ศัพท์มาก ๆ จะช่วยได้มาก ในพาร์ทนี้)
- เวลาทำข้อสอบ อย่าพยายามอ่านให้เข้าใจทุกประโยค
- ให้เริ่มจากอ่านคำถามก่อน แล้ววงไว้ว่า ต้องหาอะไรให้เจอบ้าง จากนั้นจึงไปหาคำตอบในเนื้อเรื่อง (ไม่งั้นไม่มีทางอ่านทัน)

งานนี้ขอกอบปี้ข้อมูลมานะคะเกรงว่าจะเข้าใจไม่ถูกต้องอย่างต้นฉบับขอขอบคุณอย่างสูง ในเรื่องข้อมูลทั้งหมดและคำแนะนำ ที่เจ้าของบลอกจะขอเก็บไว้เพื่อไปทำตาม จากhttp://www.aussiethai.com/educationview.php?tid=338 โดยบทความจากคุณSanoww และคุณดอสเพื่อการพัฒนาของเด็กไม่รู้เรื่อง

ไอเอล(การฟัง)

บทความจากสมาชิก
มารู้จัก IELTS กันดีกว่า
IELTS เป็นอีกปัญหาของหลาย ๆ คนที่อยากมาเรียนต่อ
วันนี้มาทำความรู้จักกับมันกันดีกว่า (สำหรับคนที่รู้อยู่แล้ว ก็ช่วยเพิ่มเติมด้วยนะคับ)
ทั่วไป
-ไอเอลแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท ใช้เวลาสอบ 2 ชั่วโมง 45 นาที
-ไอเอลมีให้เลือกแบบ academic(สำหรับคนที่จะเรียนต่อ ทุกระดับการศึกษา) และ general(ง่ายกว่าส่วน reading และ writing... ใช้สำหรับสมัครงาน และขอวีซ่าบางประเภท)
-ข้อสอบไอเอลที่สอบในวันเดียวกันทั่วโลกเป็นชุดเดียวกัน (เพราะฉะนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าที่ไทยจะง่ายกว่า)
-ตัวแทนไอเอลที่ไทยมีแค่ IDP และ British เท่านั้น
-สำหรับ part writing and speaking ไม่มีคะแนนเป็น 0.5 (ไอเอลคะแนนเต็ม 9)
-คะแนนจะออกหลังจากการสอบสองอาทิตย์
-ตามกฎใหม่แล้ว สามารถสมัครสอบได้เลยไม่ต้องรอสามเดือน
มาทำความรู้จัก 4 Parts กัน

Listening


-ใช้เวลาฟังประมาณ 20 นาที เขียนลงกระดาษคำตอบอีก 10 นาที
-พาร์ทนี้แบ่งเป็น 4 พาร์ทย่อย รวม 40 ข้อ
-จะเริ่มจากง่ายไปหายาก
-พาร์ทแรกจะเป็นเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวัน หรือการติดต่อแบบง่าย ๆ
(ส่วนใหญ่เป็นจองทัวร์ไปเที่ยว, ย้ายบ้านใหม่, การนัดหมาย... เป็นบทสนทนาระหว่างคนสองคนขึ้นไป... การตอบส่วนใหญ่จะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมลล์ ที่อยู่ หรือศัพท์พื้นฐานไม่ยาก... แต่ส่วนใหญ่เป็นแบบเติมคำ)
-พาร์ทที่สอง จะเป็นคนเดียวพูด อาจเกี่ยวกับข่าว,เหตุการณ์ต่าง ๆ ,ประสบการณ์ชีวิต ฯลฯ
(ส่วนนี้อาจมีทั้งเติมคำและตัวเลือกผสมกัน)
-พาร์ทที่สาม เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเรียน การทำงาน ฝึกงาน ฯลฯ
(จะเป็นการสนทนาของบุคคลมากกว่าสองคน อาจมากถึงสี่คน)
เช่น พูดถึงการทำรายงาน,การหางานหลังเรียนจบ
-พาร์ทสุดท้าย ยังคงเป็นแนววิชาการ ส่วนใหญ่จะเป็นคนพูดคนเดียวเกี่ยวกับเนื้อหาทางวิชาการที่ไม่ยากนัก
(ส่วนใหญ่คำตอบเป็นตัวเลือก)

เคล็บลับในส่วนนี้
- ดูแลเรื่องตัวใหญ่ เวลาเป็นชื่อคน ชื่อเมือง
- ถ้าเทปสะกดให้ต้องถูกต้องตามนั้น (ถ้าพูดลอย ๆ สะกดผิดยังคงได้คะแนน ถ้าอ่านออกมาเป็นตามเทปพูด)
- วิธีฝึกคือฟังข่าว,ดูหนัง(ปิดซับ),ฟังเพลง ภาษาอังกฤษ แล้วเขียนตาม
- ฟังเสียงจากตัวอย่างข้อสอบเก่าบ่อย ๆ ให้ชิน โดยเฉพาะสองพาร์ทหลัง พยายามเก็บรายละเอียดให้ได้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร
- ระหว่างทำข้อสอบ... จำใจความอะไรได้ เขียนลงกระดาษคำถามไว้เรื่อย ๆ กันเหม่อลอย แล้วจะหลุดยาวไปเลย


งานนี้ขอกอบปี้ข้อมูลมานะคะเกรงว่าจะเข้าใจไม่ถูกต้องอย่างต้นฉบับ
ขอขอบคุณอย่างสูง ในเรื่องข้อมูลทั้งหมดและคำแนะนำ ที่เจ้าของบลอกจะขอเก็บไว้เพื่อไปทำตาม จาก
http://www.aussiethai.com/educationview.php?tid=338 โดยบทความจากคุณSanoww และคุณดอส
เพื่อการพัฒนาของเด็กไม่รู้เรื่อง

เวบออสสี่

เวบนี้เราเคยไปอ่านมาเมื่อนานมาแล้ว
ตอนที่เราอยากไปนอกใหม่ๆๆ
แล้วเราก้อเข้าไปอ่านเวบนี้มา
ให้ข้อมูลดีมาก
เอามาฝากไว้เผื่อครายสนจาย


http://www.aussiethai.com/home.php

มีเวบมาเพิ่มเติม

http://www.thaiwahclub.com/th/home.html

ข้อมูลการสมัครวาเวิร์คแอนด์ฮอลิเดย์

โครงการ Work and Holiday Visas ไทย-ออสเตรเลีย
เป็นโครงการระหว่างรัฐบาลไทยเเละออสเตรเลียครับ ที่ได้จัดทำข้อตกลงร่วมกันในการจัดทำโครงการตรวจลงตราการทำงานและท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ภายใต้ข้อตกลง “Work and Holiday Visas” ข้อตกลงดังกล่าว
เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 – 30 ปี สามารถที่จะเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว
และสามารถทำงานได้เป็นการชั่วคราวในขณะอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เป็นระยะเวลา 1 ปีครับ
โดยในปี 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการเพิ่มโควตา การเข้าร่วมโครงการ Work and Holiday Visas ไทย-ออสเตรเลีย
จากปีละ 200 คน เป็นปีละ 500 คน นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไปทั้งนี้
เยาวชนที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.มีสัญชาติไทย
2.อายุระหว่าง 18 – 30 ปี
3.สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้น
4.ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
5.มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง)จำนวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
6.มีความประพฤติและสุขภาพดี
7.มีประกันสุขภาพครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนักในออสเตรเลีย
หากเพื่อนคนไหนมีคุณสมบัติครบถ้วน เเละสนใจที่จะสมัคร ก็จะต้องเตรียมหลักฐาน
เพื่อขอ หนังสือรับรองคุณสมบัติจากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.)
โดยเยาวชนจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองจาก สท. จำนวน 11 รายการ ดังนี้
1.ปริญญาบัตร/ ใบรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมสำเนา 1 ชุด
2.ใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) พร้อมสำเนา 1 ชุด
3.หนังสือเดินทาง (พร้อมสำเนา)
4.ทะเบียนบ้าน (พร้อมสำเนา)
5.หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ดี
โดยแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด คือ
1) ผลการสอบ IELTS ไม่ต่ำกว่า 4.5 มีอายุไม่เกิน 2 ปี
2) ใบรับรอง หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้สำเร็จการศึกษา ที่มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน

6.หลักฐานทางการเงินของผู้เดินทางไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียเป็น Statement หรือใบรับรอง Statement บัญชีออมทรัพย์จากธนาคาร (ไม่ใช่สำเนาสมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์)
7.บัตรประจำตัวประชาชน (พร้อมสำเนา)
8.ใบสมัครที่กรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว
9.บันทึกข้อตกลงที่ผู้ปกครองลงนามเรียบร้อยแล้ว
10.สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง
11.สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง
***นำหลักฐานตัวจริงพร้อมสำเนาและรับรองสำเนาทุกฉบับ**
*วิธีการสมัคร
1. สมัครด้วยตนเอง โดยเตรียมเอกสารหลักฐานตามที่กำหนด มาแสดงในวันเปิดรับสมัคร
โดยแบ่งการรับสมัครเป็น 3 ช่วงช่วงที่ 1 ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ณ หอประชุม สท.
ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2552 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ณ หอประชุม สท.
ช่วงที่ 3 จะเปิดรับสมัครเมื่อการรับสมัครในช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 ยังไม่เต็มจำนวนโควตา (500 คน) ทั้งนี้ จักได้แจ้งกำหนดการให้ทราบในภายหลังหมายเหตุ หากมีเยาวชนสมัครครบเต็มจำนวนโควตา 500 คน ก่อนช่วงเวลาที่กำหนดจะปิดการรับสมัครทันที

2. การยื่นเอกสารและการสัมภาษณ์ เยาวชนที่ได้สมัครและยื่นเอกสารตามช่วงที่กำหนดในข้อ 1 จะต้องนำเอกสารทั้งฉบับจริงและสำเนามายื่นในวันสัมภาษณ์ตามกำหนดที่ได้นัดหมายไว้แล้วในวันที่มาสมัครด้วยตนเอง

3.ผู้สมัครกรุณาแต่งกายสุภาพ

4.เยาวชนที่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ จะได้รับหนังสือรับรองภายใน 1-2 วันทำการ กรณีที่ไม่สามารถมารับเอกสารด้วยตัวเองกรุณายื่นหลักฐานเพื่อขอรับหนังสือรับรองได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง (รับรองสำเนา) และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทน (รับรองสำเนา)
ที่มา http://www.opp.go.th/fileupload/news/fileup/WHV%20-%20Australia%20%2052_1246601314_1246614815.doc

ขอบคุณข้อมูล ทั้งหมด จากกระทู้http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2009/07/H8046318/H8046318.html

โดยคุณ artchwat